December 6, 2021

พวงหรีด กทม 5 แนวทางลด “ความดันสูง” ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องกินยา

วันนี้ Aorest ร้านขายพวงหรีด มีอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่คนไทยเป็นกันมากมายหมายถึง“ภาวะความดันโลหิตสูง” พบมากในวัยทำงานไปจนถึงวัยแก่ คนที่มีน้ำหนักมากกว่ามาตรฐานมาตรฐาน รวมทั้งคนที่มีความประพฤติการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม

แม้ว่าจะเป็นอาการที่พบบ่อย รวมทั้งยอดเยี่ยมในสิ่งที่ทำให้เกิดโรคอันตรายอื่นๆตามมาได้ แต่ที่จริงแล้วมีแนวทางกล้วยๆที่ประพฤติตามกันได้ รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิตได้จริง โดยบางทีอาจไม่ต้องพึ่งยารักษาโดยเฉพาะเสมอไป มาฝากกัน

5 แนวทางลด “ความดันสูง” ได้อย่างไม่ยากเย็นโดยไม่ต้องกินยา

วัดความดันเลือดทุกวี่ทุกวัน
เราสามารถวัดความดันเลือดได้ด้วยตัวเอง ด้วยเครื่องตวงความดันเลือดที่มีจำหน่ายตามร้านขายยาที่น่าไว้วางใจ การมีเครื่องตวงความดันที่บ้าน สามารถบ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้ดีกว่าการประมาณความดันที่โรงพยาบาล รวมทั้งชีวิตเรามักอยู่บ้านเป็นประจำมากกว่า การประมาณความดันที่อยู่ที่บ้านก็จะเป็นตัวบ่งถึงความดันของคนๆนั้นได้ดีกว่า

ควรจะวัดความดันเลือดเป็นประจำทุกวี่ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ในเวลาตื่นนอนตอนเวลาเช้า (หลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว 1 ชั่วโมง) รวมทั้งในเวลาก่อนนอน (แม้ผู้ใดกันแน่ที่กำลังกินยารักษาอาการความดันเลือดอยู่ ให้วัดความดันก่อนกินยาอีกทั้งในระยะหลังตื่นนอน รวมทั้งก่อนนอน)

ออกกำลังกาย
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ความดันเลือดของคุณกลับมาเป็นปกติ การบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ความดันเลือดกลับมาเป็นปกติได้ โดยการบริหารร่างกายที่สมควรสำหรับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง คือการออกกำลังหัวใจ (คาร์ดิโอ) การบริหารร่างกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น รู้สึกเหนื่อยระหว่างออกกำลังกาย ดังเช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆปั่นจักรยาน ว่าย แอโรบิก อื่นๆอีกมากมาย

สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย อยู่ในวัยแก่ หรือมีน้ำหนักมากกว่ามาตรฐานมาตรฐานมากมาย แนะนำการเดินเร็ว หรือแอโรบิกในท่ากล้วยๆเบาๆให้รู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อย ไม่เมื่อยล้าจนกระทั่งเกินความจำเป็น โดยแนะนำให้ออกพลังกายครั้งละอย่างน้อย 30 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์ หรือ 150 นาทีต่อสัปดาห์

แม้ภาวะความดันโลหิตสูงเกินกว่า 180/100 มม.ปรอท ควรจะหลีกเลี่ยงการบริหารร่างกายรวมทั้งขอคำแนะนำหมอก่อนเสมอ รวมทั้งผู้เจ็บป่วยที่มีโรคประจำตัวอื่นๆดังเช่น โรคหัวใจรวมทั้งหลอดเลือด โรคเบาหวาน รวมทั้งอื่นๆควรจะขอคำแนะนำหมอถึงแนวทางออกกำลังกายที่สมควรอีกครั้ง

ลดอาหารรสเค็มจัด กินผักและกินผลไม้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อาหารรสเค็ม พบได้ในอาหารไทยทั่วๆไปที่มีการปรุงรสเค็มหนัก ดังเช่น ตำส้ม ยำต่างๆแกงไตปลา หรือรายการอาหารอื่นๆรวมถึงอาหารที่มีการใส่ซอสปรุงรสไม่น้อยเลยทีเดียวดังเช่น สุกี้ยากี้ รวมทั้งอาหารสำเร็จรูป ดังเช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แฮม ไส้กรอก ปลากระป๋อง อาหารแช่แข็ง ของหมักดอง อื่นๆอีกมากมาย ควรจะลดปริมาณของการบริโภค รวมทั้งลดการปรุงรสเพิ่ม

การกินเค็มจะทำให้อาการภาวะความดันโลหิตสูงห่วยแตกลง การลดเค็ม คือการลดเกลือโซเดียมให้ต่ำลงมากยิ่งกว่า 2 กรัมต่อวัน ซึ่งเสมอกันกับเกลือที่เราทำอาหารกัน 1 ช้อนต่อวัน หรือถ้าหากเทียบเคียงกันเป็นซีอิ๊ว ซอสปรุงรส น้ำปลาก็จะตกประมาณ 4 ช้อนต่อวัน

นอกจากลดเค็มแล้ว ควรจะกินผักและกินผลไม้ตอบแทนให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปริมาณ 20-30 กรัมต่อวัน ซึ่งจะสามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ แต่แม้เป็นผู้เจ็บป่วยโรคไต ควรจะขอคำแนะนำหมอถึงผักรวมทั้งผลไม้ที่ควรจะกินอีกครั้ง

เลิกยาสูบ ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
การสูบยาสูบ รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำให้ภาวะความดันโลหิตสูงห่วยแตกลงด้วยเหมือนกัน รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่บางทีอาจเกิดขึ้นตามมาได้อีกด้วย

สำหรับบางบุคคลที่ไม่สามารถที่จะเลิกเหล้ารวมทั้งยาสูบได้โดยทันที ควรจะขอความเห็นจากหมอ เนื่องมาจากในปัจจุบัน เรามีอีกทั้งการทำกิจกรรมบรรเทารวมทั้งยาที่ตอบแทนสารต่างๆที่ช่วยลดอาการระหว่างการเลิกเหล้าเลิกยาสูบได้

กินยาตามหมอสั่ง พบหมอตามนัดทุกคราว
สำหรับผู้ใดกันแน่ที่เข้ารับการรักษาภาวะความดันโลหิตสูงกับหมอเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ควรจะกินยาอย่างสม่ำเสมอทันเวลา รวมทั้งไปพบหมอตามนัดทุกคราว เพื่อให้หมอประเมินอาการ รวมทั้งได้รับการรักษาตามอาการอย่างถูกต้องต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *